พรรคเล็กยืมมือสว.ยื่นตีความ

“จุรินทร์” เดินหน้านโยบาย “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ”เข้าปชป. เมินพรรคเล็กยื่นตีความแก้รธน.วาระ 3 ส่วน พรรคเล็กไม่สิ้นหวัง!เ สียงส.ส.ไม่พอ จ่อยืมมือ “ส.ว.”ล่าชื่อแทน ขณะที่ “พท.” จ่อเคลียร์ใจ “5 ส.ส.” หลัง “ชัยยันต์” โวยถูกคาดโทษไม่ฟังเหตุผลลาป่วย ย้ำเดินหน้าฟัน “2 ส.ส.” แหกมติพรรค ปมศึกซักฟอก คาดชัดเจนกลางเดือนต.ค.นี้ ส่วน “ปปช.”ขอดูรายละเอียดคำพิพากษา “ศาลปกครอง” สั่งเปิดข้อมูลนาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม”

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.64 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ย้ายกลับเข้าพรรค ว่า มีอดีตส.ส.ของพรรคหลายคนประสงค์ที่จะกลับมา และหลายคนได้สมัครเป็นสมาชิกเรียบร้อยแล้ว โดยอดีตส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ที่กลับมาได้มอบหมายให้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรคฯ รับผิดชอบตามแนวทางคือ “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ” ยืนยันว่า จากการลงพื้นที่ทุกภาค ประชาชน และหลาย ๆ คนพูดตรงกันว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังเดินขึ้นไม่ใช่เดินลง ทำให้ ส.ส.เก่าหลายคนกลับพรรค และคนรุ่นใหม่ก็มาร่วมงานกับพรรคมากขึ้น และมั่นใจว่าพรรค มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะนโยบายที่เป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล

นายจุรินทร์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองขนาดเล็กจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา วาระ3ว่า ก็จะทำให้ชัดเจนว่าเป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ส่วนตัวมั่นใจว่ากระบวนการต่างๆ ได้ดำเนินการโดยชอบ ส่วนการตั้งคณะทำงานยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.แล้ว หากรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับแล้ว พรรคก็พร้อมเดินหน้าแก้ไขกฎหมายได้ทันที

ด้าน นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้าการล่าชื่อส.ส.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อส.ส. โดยการล่าชื่อเฉพาะส.ส.ทำให้ใช้เพียงเสียงส.ส. 1 ใน10 หรือแค่ 48คน เท่านั้น โดยรวบรวมชื่อไปได้มากกว่าครึ่งแล้ว แต่ยังไม่ครบ 48คน เสียงที่ได้ขณะนี้เป็นของพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่ยังไม่มีเสียงของพรรคภูมิใจไทยและพรรคก้าวไกล ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างทาบทาม อย่างไรก็ตาม หากภายในสัปดาห์นี้ยังได้เสียงไม่ครบ คงต้องหันไปพึ่งส.ว.เป็นผู้รวบรวมชื่อยื่นตีความต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเสียงส.ว. 1ใน10 จะใช้แค่ 26เสียง ซึ่งมีการพูดคุยประสานงานกันอยู่ แต่ส.ว.ยังไม่รับปากจะยื่นตีความให้หรือไม่

ส่วน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการต่อ ส.ส. ที่ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคในวันลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ว่า ภายหลังคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมพรรคมีมติขับไล่ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ และนางพรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี ออกจากพรรค ขณะนี้ตนกำลังเตรียมหาวันที่เหมาะสมเพื่อนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและประชุม ส.ส.พรรค เพื่อให้สมาชิกพรรคใช้เสียง 3 ใน 4 โหวตว่าจะให้พ้นจากสมาชิกพรรคหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนัดประชุมประมาณกลางเดือนต.ค.นี้ ยืนยันว่าพรรคจะต้องทำการเคลียร์ใจกับส.ส.อีก 5 คนที่เหลือ โดยได้ดำเนินการส่งเอกสารคำวินิจฉัยและคำชี้แจงไปยังส.ส.ทุกคน พร้อมทั้งว่ากล่าวตักเตือนเพื่อให้เข้าใจซึ่งกันและกันต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

นายประเสริฐ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุถูกพรรคคาดโทษ เนื่องจากพรรคไม่ฟังเหตุผลลาป่วยวันลงมติการอภิปรายฯนั้น ต้องชี้แจงว่า นายชัยยันต์เพียงถูกภาคทัณฑ์และใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาส่งลงสมัครเท่านั้น ส่วนที่อ้างว่าการออกข้อห้าม ส.ส.ในวันลงมติไม่ไว้วางใจว่า ส.ส.ห้ามป่วย ห้ามลานั้น ขัดกับหลักสิทธิมนุษย์ชนและฝ่าฝืนจริยธรรมทางการเมืองหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า ส.ส.ทุกคนย่อมมีเอกสิทธิ์เป็นของตัวเองอยู่แล้ว แต่เอกสิทธิ์ดังกล่าวมันใช้ต่อเรื่องนี้ไม่ได้

ส่วน นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกป.ป.ช. เปิดเผยถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ว่า ขณะนี้ป.ป.ช.กำลังรอคำพิพากษาดังกล่าวจากศาลปกครองกลางเพื่อขอดูคำพิพากษาอย่างเป็นทางการว่าจะให้เปิดเผยข้อมูลทางคดีในส่วนใด จากนั้นคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่จะพิจารณาว่าจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้หรือไม่ หรือเปิดเผยได้เพียงแค่ไหน ส่วนป.ป.ช.จะยื่นอุทธรณ์คัดค้านการเปิดเผยสำนวนคดีต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ขอให้ที่ประชุมป.ป.ช.วินิจฉัยก่อน

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow