แมริออทอินเตอร์เนชั่นแนลระดมกูรูทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกส่องอนาคตการเดินทางผ่านรูปแบบไฮบริดครั้งแรก

ด้วยมุมมองด้านบวกในการกลับมาของการเดินทาง แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมด้วยผู้นำของอุตสาหกรรม ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับเทรนด์ในอนาคต ในงานอีเวนต์แบบไฮบริดครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ภายใต้ชื่องาน Be There with Marriott International – The Path Forward for Travel and Events ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งจัดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ทั้งการเดินทางมาเข้าร่วมภายในงาน และผ่านทางออนไลน์ รวมมากกว่า 1,100 คน นำเสนอการอภิปรายเกี่ยวกับเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้น และความต้องการในการจัดการประชุมและงานอีเวนต์ ตลอดจนพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สำหรับเทรนด์สำคัญที่เกิดขึ้น สรุปได้ดังนี้ ประสบการณ์ของลูกค้ายังเป็นกุญแจสำคัญ โดยความสะอาดยังคงเป็นความสำคัญสูงสุดสำหรับลูกค้าหลายๆ คน เช่นเดียวกับความคาดหวังในเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในประสบการณ์ของลูกค้า ตลอดจนเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม, หน้ากากอนามัย และเจลทำความสะอาดมือ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่ลูกค้าคาดหวัง โดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ได้นำเสนอผู้จัดงานอีเวนต์ สำหรับข้อแนะนำต่างๆ ในการจัดงานอีเวนต์ในรูปแบบ New Normal ภายใต้คำมั่นสัญญา Connect with Confidence ของบริษัท

โดยนาย บาร์ท บิวริง ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า เราได้เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ของแขก เพราะเข้าใจดีว่าความสะอาดยังคงเป็นสิ่งที่ลูกค้าหลายคนให้ความสำคัญ ดังนั้นจึงมุ่งมั่นที่จะทำให้แขกทุกคนรู้สึกปลอดภัย ด้วยการปรับเปลี่ยนมาตรการความสะอาดให้เข้มข้นขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต้อนรับนักท่องเที่ยว เมื่อการเดินทางท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง และพรมแดนต่างๆ ระหว่างประเทศเปิดขึ้นอีกครั้ง

รวมทั้งการได้พบปะกันต่อหน้า จะมีพลังสำคัญมากกว่าที่เคยเป็นมา ซึ่งที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีและดิจิทัล เข้ามาใช้อย่างรวดเร็วในวงการอุตสาหกรรมไมซ์ แม้ว่างานอีเวนต์ออนไลน์จะเป็นเรื่องที่ปฏิบัติกันปกติในช่วงที่มีการแพร่ระบาดที่รุนแรงของโควิด-19 โดย 47% ของผู้ตอบแบบสำรวจ ชี้ว่า งานอีเวนต์ในปีหน้ามากกว่าครึ่งจะจัดขึ้นในรูปแบบออฟไลน์ โดยการจัดอีเวนต์ในรูปแบบไฮบริด ซึ่งผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีถ่ายทอดสด และความสะดวกสบายทางดิจิทัล จะถูกคาดหวังให้ปรับเปลี่ยนเป็นรูปแบบการประชุมที่เป็นวิถีปกติ

อีกทั้งการวางแผนจัดงานอีเวนต์ในรูปแบบ New Normal เพื่อแนะนำกลุ่มผู้นำอุตสาหกรรม ให้ทดลอง คิด มีส่วนร่วม และเรียนรู้ อยู่ตลอดเวลา ให้เข้าใจและปรับสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้ผลออกไปเป็นสิ่งสำคัญ โดยผู้นำอุตสาหกรรมไมซ์ จะต้องตระหนักอยู่เสมอถึงพลังของการพบปะในสถานที่จริง ซึ่งจะสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเมื่อเสริมด้วยเทคโนโลยีไฮบริด ที่เข้ามาข่วยสร้างประสบการณ์และการปฏิสัมพันธ์ของคนให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

ด้านนายราเมช ดาร์ยานานิ รองประธานฝ่ายขาย แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า เราจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยี การเข้าถึง และการมีส่วนร่วม เมื่อจัดงานอีเวนต์ในรูปแบบไฮบริด โดยรูปแบบไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด แต่เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นและคุณค่าของการติดต่อสื่อสารของผู้คนต่างหากที่สำคัญ จากนี้ไปกลยุทธ์แบบไฮบริดของแมริออท จะยังคงพัฒนาไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าในรูปแบบไหนก็ไม่มีอะไรที่จะมาทดแทนการพบปะแบบเผชิญหน้ากันได้ ทั้งนี้เมื่อพรมแดนระหว่างประเทศเปิดออก ลูกค้าจะเสาะหางานอีเวนต์ที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น และเครือข่ายต่างๆ ที่มาพร้อมกับอีเวนต์เหล่านี้จะได้รับยกระดับให้มีความสำคัญ หลังจากหลายคนต้องขาดการติดต่อกันไปเป็นเวลานาน

ขณะที่ สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี คือความหรูหราในรูปแบบใหม่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นักเดินทางมีโอกาสที่จะคิดเกี่ยวกับการเดินทางแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม การเดินทางเพื่อสุขภาพ สัมพันธ์กับการมองหาสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้เกิดความต้องการท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อคลายเครียด การเข้าพักใน all-inclusive รีสอร์ท การพักฟื้นด้านจิตวิญญาณ และจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครเดินทางไป

จากการสำรวจที่ทำขึ้นโดยแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ชี้ว่า 3 ใน 4 ของนักเดินทางที่ร่วมทำการสำรวจ บ่งชี้ว่าต้องการเดินทางเพื่อลดความเครียด นอกจากนี้ ยังมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ โดยคนจะทำทุกสิ่งให้ช้าลงและท่องเที่ยวในที่แห่งเดียว ตลอดจนใช้เวลาสร้างความคุ้นเคยกับสถานที่และพื้นที่รอบๆ รวมทั้งวัฒนธรรม มากกว่าการเดินทางมาเที่ยวแบบผิวเผิน ดังนั้นผู้นำอุตสาหกรรม จึงควรปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ที่กำลังเป็นกระแสดังกล่าว โดยคัดสรรประสบการณ์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป เวสตินและเจ ดับบลิว แมริออท ของแมริออท บอนวอย คือ 2 แบรนด์ที่มีโปรแกรมโดดเด่น ทำให้แขกมีสุขภาพที่ดีในขณะกำลังเดินทางได้ พร้อมกันนี้ยังมีโครงการนำร่องที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน นี้ คือ Good Travel with Marriott Bonvoy เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของโปรแกรมที่แขกสามารถเข้าถึงชุมชนท้องถิ่นเพื่อสร้างความประทับใจในด้านบวกที่ยืนนาน

ซึ่งงานอีเวนต์ไฮบริด ได้จัดขึ้นที่โรงแรม เรเนอซองส์ ฮ่องกง ฮาร์เบอร์ วิว, เดอะ ริทซ์-คาร์ตัน, มิลเลนเนีย สิงคโปร์ และเจ ดับบลิว แมริออท โกสด์ โคสต์ รีสอร์ต แอนด์ สปา ได้รับความร่วมมือจากหุ้นส่วนทางเทคโนโลยี NowEvents มีการใช้เทคโนโลยีที่นำผู้อภิปรายปรากฏตัวคล้ายอยู่ในห้องเดียวกัน ขณะที่ตามความจริงจะอยู่ต่างสถานที่กัน ดำเนินการอภิปรายโดย คาเรน โบลิงเจอร์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ธุรกิจ PCMA เอเชีย แปซิฟิก และมีผู้เข้าร่วมอภิปรายมีดังนี้ แอนดี้ วินเชสเตอร์ (ฮ่องกง) ผู้จัดการ APAC TRAVEL, บลูมเบิร์ก แอนนา แพตเตอร์สัน (สิงคโปร์) – รองประธานและกรรมการผู้จัดการ จอร์จ พี จอห์นสัน สิงคโปร์ บาร์ท บิวริง (ฮ่องกง) – ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ชาร์ลอตต์ แฮริส (ฮ่องกง) – กรรมการผู้จัดการ ชาร์ลอตต์ แทรเวล ฮ่องกง เคนจิ โซ (สิงคโปร์) – กรรมการบริหาร หัวหน้าการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิก โกลด์แมน แซกส์ ออสการ์ เซเรซาเลส (สิงคโปร์) – ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ MCI กรุ๊ป ข้อมูลเพิ่มเติม และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอการจัดการประชุมและงานอีเวนต์ของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ชมการถ่ายทอดสดของงานได้ที่ www.marriottbonvoyevents.com

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow