คนสู้ชีวิตพลิกนาเป็นเกษตรผสมผสานสร้างรายได้ครอบครัว

รายงาน: อบรม เรียนรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ้องไคร้ฯ นำมาปฏิบัติใช้ แม้สถานการณ์โควิด-19 ระบาด 3 รอบ ไม่กระทบชีวิตความเป็นอยู่
นายสาธิต เลิศสุวรรณ์ อายุ 57 ปี อดีตอาชีพนักดนตรีในร้านอาหารจังหวัดเชียงใหม่ จบปริญญาตรีคณะอุตสาหกรรมการก่อสร้างและสถาปัตย์จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาตั้งแต่ปี 2563 จากมาตรการหยุดเคลื่อนไหวของสังคมเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค เล่าว่า ก่อนหน้านี้มีรายได้เลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างเล่นดนตรี พอได้รับผลกระทบจากโรคโควิดเหมือนกับคนอื่นๆ ร้านอาหารปิดกิจการรายได้ก็หายไป จึงกลับบ้านที่อำเภอดอยสะเก็ด ซึ่งมีพื้นที่อยู่ 5 ไร่ นำความคุ้นเคยจากการเป็นลูกชาวนาที่ได้เรียนรู้จากพ่อแม่ที่มีอาชีพทำการเกษตรมาต่อยอด แต่เนื่องจากท่านทำการเกษตรแบบเชิงเดี่ยวด้วยการทำนาเพียงอย่างเดียว บางปีราคาผลผลิตต่ำ จึงทำให้รายได้ไม่คุ้มการลงทุน ขณะเดียวกันได้มีโอกาสเดินทางเข้าไปศึกษาดูงานและฝึกอบรมการประกอบอาชีพแบบผสมผสานจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ้องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อทำการศึกษา ทดลอง และค้นคว้าการพัฒนาผลิตด้านต่างๆ ตามความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมในเขตภาคเหนือ

“พอเข้าไปฝึกอบรมในศูนย์ฯ เหมือนเป็นแสงส่องนำทาง เกิดผลิตผลให้เราแล้วในวันนี้ สามารถนำมาดำรงชีพได้ในทุกสถานการณ์ ที่ศูนย์ฯ มีทุกอย่างให้ได้เรียนรู้ นับตั้งแต่การประมง การปศุสัตว์ การปลูกพืชให้ผล การปลูกพืชผักสวนครัวแบบผสมผสาน การบริหารจัดการน้ำและดินในพื้นที่เพาะปลูก ผมได้นำความรู้มาประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงที่ดำรงอยู่ในภาวะที่โควิดระบาดตั้งแต่รอบแรกปี 2563 มาจนถึงรอบที่ 3 ปี 2564 พบว่าการดำรงชีพและการใช้ชีวิตไม่กระทบกระเทือนแต่ประการใด ยังมีข้าวปลาอาหารให้มีกิน และมากพอที่นำออกแจกจ่ายแบ่งปันเพื่อนบ้าน แถมมีพอที่จะนำออกขายเป็นรายได้ให้ครอบครัวอีกด้วย”



นายสาธิต เล่าอีกว่า ได้นำความรู้มาพัฒนาที่นาให้สามารถเพาะปลูกพืชได้อย่างหลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยแบ่งพื้นที่ 5 ไร่ เป็นแปลงปลูกข้าว ขุดสระน้ำเพื่อเก็บกักน้ำในช่วงฝนตกไว้ใช้ในช่วงฝนทิ้งช่วง ในสระปล่อยปลาและสร้างกระชังปลาเพื่ออนุบาลลูกปลาก่อนปล่อยให้หากินอย่างอิสระในสระ ที่ว่างรอบบ้านที่อยู่อาศัยสร้างบ่อเลี้ยงปูนา เลี้ยงกุ้งฝอย ในพื้นที่ปลูกไม้ให้ผล สร้างคลองไส้ไก่ให้ระบบน้ำไหลเวียนภายในพื้นที่เพื่อความชุ่มชื้นของหน้าดิน ในคลองไส้ไก่เลี้ยงหอย ปูนา ปลากินพืช ตามแนวคลองไส้ไก่ทำแปลงพืชผักสวนครัว ภายในแปลงปลูกพืชให้ผล สร้างโรงเรือนเพาะเห็ด ภายในพื้นที่ได้สร้างอาคารไว้ 2 หลัง หลังหนึ่งที่อยู่อาศัย อีกหลังเตรียมไว้เป็นร้านอาหารบริการจำหน่ายกับบุคคลทั่วไป ซึ่งนำปัจจัยพื้นฐานจากแปลงปลูกผักภายในพื้นที่ เป็นการช่วยลดต้นทุนประกอบการอีกทางหนึ่ง เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติก็จะสามารถดำเนินการได้ทันที

“ขอน้อมสำนึกในพระคุณพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานศาสตร์พระราชาเพื่อการทำกินอย่างยั่งยืนที่อยู่คู่กับแผ่นดินไทย ทุกคนสามารถน้อมนำไปปฏิบัติใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองได้ ผมเข้าอบรมที่ศูนย์ฯ เรียนรู้พร้อมปฏิบัติจริงจนทำเองได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ อบรมเสร็จทางศูนย์ฯ ยังมอบปัจจัยการผลิตพื้นฐานให้ทุกคนนำไปดำเนินการในพื้นที่ของตนเอง นอกจากนี้ผมยังสนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ประดู่หางดำ จึงเข้าอบรมเพิ่มเติม รับลูกไก่มา 30 ตัว เลี้ยงจนโตแล้วขายเอาเงิน เหลือไว้ 6 ตัวเพื่อขยายพันธุ์ต่อจนตอนนี้ได้ลูกไก่หลายครอกแล้ว ที่มากกว่านั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ จะเดินทางมาเยี่ยมและให้คำแนะนำในการจัดการด้านการผลิตอย่างครบวงจร ซึ่งเหล่านี้ไม่มีค่าใช้จ่าย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงพระราชทานศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ ให้กับประชาชนชาวภาคเหนือ ทำให้สามารถยืนอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่ว่าสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ จะเป็นเช่นใด” นายสาธิต เลิศสุวรรณ์ กล่าว

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow