'นักไวรัสวิทยา'เปิดงานวิจัยอินเดียชี้ภูมิคุ้มกันในประชากรร้อยละ56.13ป้องกันการระบาดใหญ่ไม่ได้เลย

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า…

ทีมวิจัยในอินเดียเก็บข้อมูลการระบาดของโควิด-19 ในกรุงนิวเดลี กับข้อมูลการตรวจภูมิคุ้มกันของประชากรของอินเดียออกมาน่าสนใจครับ ช่วงปลายปี 2563 อินเดียมีการระบาดของโควิดระลอกแรก แต่จริงๆ ก่อนการระบาดระลอกนั้น มีการระบาดในประเทศอยู่ก่อนแล้ว เพราะข้อมูลออกมาว่า 24.71% ของประชากรมีแอนติบอดีต่อไวรัสกันแล้ว และเนื่องจากยังไม่มีการใช้วัคซีน แสดงว่าคนที่มีภูมิเหล่านั้นติดเชื้อจากธรรมชาติมา

พอหลังจากการระบาดระลอกปลายปี 2563 เคสของอินเดียตกลงมาอย่างชัดเจน และพบว่าประชากรที่มีภูมิคุ้มกันจากธรรมชาติ มีมากขึ้นถึง 56.13% ซึ่งน่าจะเข้าใกล้ระดับภูมิคุ้มกันหมู่ ในช่วงที่ไวรัสยังแพร่กระจายไม่ได้เก่งมาก แต่หลังจากนั้น 3-4 เดือน อินเดียเกิดการะบาดครั้งรุนแรง ตามที่ได้ทราบกัน และเป็นต้นกำเนิดของสายพันธุ์เดลต้าที่กระจายไปทั่วโลกในปัจจุบัน

ข้อมูลนี้เหมือนจะบอกว่าภูมิคุ้มกันในประชากรที่มากถึง 56.13% ไม่สามารถป้องกันการระบาดใหญ่ของอินเดียได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการระบาดของสายพันธุ์ที่ต่างจากสายพันธุ์เดิม ในอนาคตอินเดียอาจจะมีการเกิดระลอกใหม่หรือไม่นั้นเป็นคำถามที่น่าจับตามองครับ ถ้ามีจริงๆ จะเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะจะสามารถฝ่าภูมิคุ้มกันในประชากรที่มากกว่า 70-80% ของประชากรหลังระลอกสองมาได้อีก

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow