สุดยอดนวัตกรรมสกินแคร์ทุเรียนรายเดียวในไทยเดินหน้ารุกตลาดจีนปูพรมทั่วอาเซียน

นายนพรุจ ธนภัทรชัยทัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทิพย์สุรัตน์ จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Durrianar By SQ (ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว) กล่าวว่า ได้เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมสกินแคร์ทุเรียน ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว โดยนำทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ไทย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับประเทศไทย มาศึกษา ค้นคว้า วิจัยเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดและเพิ่มมูลค่าให้กับทุเรียนผลไม้ของไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งจากผลการศึกษาเบื้องต้นได้ค้นพบประโยชน์ที่สำคัญจากทุเรียนว่า สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นเครื่องสำอางได้ เนื่องจากทุเรียนมีสารกลุ่ม Bioactives สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันความเสื่อมถอยที่เกิดจากวัย จึงนำมาสู่แนวคิดในการพัฒนาสารสกัดที่มีอยู่ในทุเรียนมาเป็นส่วนประกอบหลักในเครื่องสำอาง กลายเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ที่มีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิว

ทั้งนี้จุดเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2561 ได้เชิญ ผศ.ดร.จิราภรณ์ ทองตัน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มาเป็นที่ปรึกษาในการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดทุเรียนเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นขอจดสิทธิบัตร รวมถึงอยู่ระหว่างการขอทุนวิจัย เพื่อขยายผลการศึกษาเชิงลึกและควบคุมคุณภาพของสารสกัดเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และจากผลการศึกษาดังกล่าว บริษัทได้นำมาต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเปิดตัวแผ่นมาส์กบำรุงผิวหน้า ภายใต้แบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว ออกสู่ตลาดเมื่อช่วงต้นปี 2562 จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัท ก่อนไปเปิดบูธแนะนำสินค้าที่ประเทศจีน โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวจีน จากนั้นจึงมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ออกมาเสริมในเวลาต่อมา

สำหรับ​สารสกัดจากทุเรียนของ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว ใช้เทคโนโลยีและวิทยาการทางวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางสกัดสารจาก King of Fruit เพื่อพัฒนาเป็น Queen of Beauty โดยสารสกัดจากยอดอ่อนของทุเรียนที่ผ่านกรรมวิธีสกัดเย็น เพื่อรักษาคุณสมบัติและประสิทธิภาพของสาร Bioactives อย่างสูงสุด ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นในเรื่องกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ โดยจะไม่มีกลิ่นทุเรียนแต่เป็นกลิ่นของดอกทุเรียนขณะนี้อยู่ระหว่างการวิจัยเพื่อพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ส่วนอีกจุดเด่นหนึ่งของแบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว คือ ยอดอ่อนทุเรียนนำมาจากสวนที่จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นสวนเกษตรปลอดภัย โดยคนรุ่นใหม่ที่เป็น Young Smart Farmer ใช้เครื่องจักร และเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน รวมถึงลดการใช้แรงงาน และสารเคมี ส่งผลให้ได้ต้นทุเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและปลอดภัย ในการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตสกินแคร์

ซึ่ง นายนพรุจ กล่าวว่า ปัจจุบัน ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว มีสินค้า 7 รายการ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ Age Care Cream ป้องกันการเกิดริ้วรอย ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ หย่อนคล้อย ขาดความชุ่มชื้น Whitening Cream เพื่อผิวขาวกระจ่างใส แลดูเป็นธรรมชาติ ลดความหมองคล้ำ และ Anti acne ป้องกันการเกิดสิว รอยแดงหรือริ้วรอยที่เกิดจากสิว และยับยั้งการอักเสบของสิว โดยทั้ง 3 กลุ่ม เนื้อครีมผลิตเป็น เจลลี่มาสก์ สูตรกลางคืน เน้นความบางเบาของเนื้อครีมเมื่อใช้ในเวลากลางคืน สามารถทาผิวหน้าได้ทุกวันโดยไม่ต้องล้างออก

ขณะที่ผลิตภัณฑ์หลักที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คือ แผ่นมาส์กบำรุงผิวหน้า โกลเด้น ดูเรียน เฟเชียล มาส์ก และคลีนซิ่งเช็ดหน้า เอ็กซ์ตร้า เจนเทิล เอชทูโอ คลีนซิ่ง สูตรน้ำ สามารถเช็ดทำความสะอาด 3 in 1 ทั้งตา ปาก และหน้าที่มีเครื่องสำอางได้อย่างหมดจด ไม่มีแอลกอฮอล์ สามารถใช้ได้ในทุกสภาพผิว โดยหลังจากนี้บริษัทจะเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาสร้างความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง

โดย นายนพรุจ กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาจะเจาะกลุ่มเป้าหมายระยะยาว คือ ทุกช่วงวัยสามารถใช้ได้ เริ่มจากวัยรุ่นที่มีปัญหาในเรื่องของสิว สิวอักเสบ Anti acne จะเป็นตัวช่วยได้ดี รวมถึง Whitening Cream ส่วนกลุ่มวัยตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ก็สามารถใช้ Age Care Cream ควบคู่กันไป ทั้งนี้เนื่องจากตลาดเครื่องสำอางกว้างมาก และมีโอกาสเติบโตอีกมาก อีกทั้งมั่นใจว่า จากหัวใจหลักของ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว ที่นำทุเรียนมาผลิต โดยคนไทยน่าจะดึงดูดให้ผู้ที่สนใจหันมาทำความรู้จักมากขึ้น

สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายในไทย ปัจจุบันวางจำหน่ายผ่านช้อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังต่าง ๆ ได้แก่ ช้อปปี้ เจดีเซ็นทรัล และเตรียมวางจำหน่ายในลาซาด้าเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ยังวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของบริษัททางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/DurrianarTH/ รวมถึงวางจำหน่ายในคิง เพาเวอร์ ตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งยังเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม นายนพรุจ กล่าวต่อว่า ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว เริ่มต้นจากการเน้นบุกตลาดต่างประเทศ โดยวางขายในคิง เพาเวอร์ และเข้าไปเปิดบูธในจีน แต่ที่ผ่านมา ได้เห็นศักยภาพในตลาดไทย โดยเฉพาะช่องทางอีคอมเมิรซ์ที่เติบโตอย่างมาก ดังนั้นในปีนี้จึงเริ่มวางขายสินค้าผ่านช้อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งจะมีการปรับแพ็กเกจจิ้งของผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าคนไทยโดยเฉพาะ ขณะที่แผนการบุกตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันบริษัทได้จดเทรดมาร์กทั้งในไทยและต่างประเทศมากกว่า 10 ประเทศ อาทิ จีน และประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ลาว เป็นต้น โดยมีการนำสินค้าเข้าไปบุกประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยผ่านทีมอลล์ (www.tmall.com) เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่ของจีนที่อยู่ในเครืออาลีบาบา ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแนะนำแบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว สู่ประเทศจีน เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสอีกมหาศาล

พร้อมกันนี้ยังมีแผนในสิ้นปี 2564 เตรียมเข้าไปบุกตลาดเวียดนามผ่านคู่ค้าในประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา ส่วนแผนในอนาคตตั้งเป้าขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยรูปแบบเดียวกันคือ การหาคู่ค้าในแต่ละประเทศ ซึ่งจะมีความเข้าใจในสภาพตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศนั้น ๆ มากกว่า โดยประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ส่วนใหญ่ชื่นชอบรับประทานทุเรียน เพราะฉะนั้นจึงเป็นโอกาสในการนำสกินแคร์ทุเรียนเข้าไปรุกตลาดเหล่านี้ เนื่องจากทุกประเทศมีความคุ้นเคยกับทุเรียนอยู่แล้ว เชื่อว่าจะช่วยให้เปิดรับผลิตภัณฑ์ได้ไม่ยาก โดยเป้าหมายในอนาคตคือ ต้องการสร้างแบรนด์ ดูร์เรียนาร์ บาย เอสคิว ก้าวสู่การเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล แบรนด์ สร้างชื่อให้กับประเทศไทยในวงกว้าง

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐