ตร.ยันปิดตลาดหลังพบแม่ค้าติดเชื้อโควิดจริง1-3ก.ย.เพื่อทำความสะอาด

วันที่ 4 ก.ย. 64 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันว่ามีการ ตรวจพบ ข่าวบิดเบือน กรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง จ.อุบลราชธานี สั่งปิดตลาดสดเทศบาล 3 หลังพบแม่ค้าติดเชื้อโควิด-19 กว่า 32 คน ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน

ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวการปิดตลาดสดเทศบาล 3 ในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ระบุว่าจากการตรวจเบื้องต้นด้วย ATK พบแม่ค้าในตลาด และคนในครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 32 คน ทางสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและชี้แจงว่า มีคำสั่งให้ปิดตลาดจริง ในวันที่ 1-3 กันยายน เพื่อทำความสะอาด แต่จำนวนทั้ง 32 คนไม่ใช่แม่ค้าทั้งหมด เป็นแม่ค้าอาศัยในชุมชนนั้น และติดโควิดจากชุมชน 32 ราย ซึ่งเป็นผลการตรวจเชิงรุกในวันที่ 31 ส.ค. 2564 ซึ่งวันที่ 31 ส.ค. 64 จุดตรวจรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน ออกปฏิบัติงานคัดกรองเชิงรุก ณ. รร เทศบาลบรูพา อ.เมือง จ. อุบลราชธานี กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มเสี่ยงและประชาชนชุมชน รร เทศบาลบรูพา 1 และ 2 /ชุมชนวัดเลียบ 1 และ 2 /ชุมชมวัดหลวง 1 และ 2 เก็บตัวอย่าง ATK จำนวน 132 ราย พบผลลบ 101 ราย และผลบวก 32 ราย 24.24 % (แยกเป็นเก็บตัวอย่าง ณ.จุดบริการพบบวก 28 ราย และ ติดตามตรวจที่บ้าน บวก 3 /5 ราย) ได้ประสานเทศบาลที่ร่วมปฏิบัติงานในการติดตามมาตรวจ PCR และดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคตามมาตรการที่กำหนดต่อไป ส่วนวันที่ 1 ก.ย. 64 ตรวจเพิ่มเชิงรุกฯ ณ จุดชุมชนบูรพา (ใต้สะพานเกรียง) ตรวจ ATK 228 คน บวก 10 ราย โดยยอดรวมทั้งสิ้น คือ ตรวจ ATK รวม 360 ราย พบว่าผลตรวจเป็นบวก 42 ราย

ดังนั้นข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.phoubon.in.th หรือโทร. 045243301

สรุปมีคำสั่งให้ปิดตลาดจริง แต่จำนวนผู้ติดเชื้อทั้ง 32 คนไม่ใช่แม่ค้าทั้งหมด และเป็นข้อมูลของวันที่ 31 ส.ค. วันเดียว ซึ่งถ้ารวมยอดการตรวจหาเชื้อในวันที่ 1 ก.ย. ด้วย คือ ตรวจ ATK รวม 360 ราย และพบว่าติดเชื้อรวม 42 ราย การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐