อัยการฟ้อง"ลุงพล"เจตนาฆ่าน้องชมพู่

“อัยการจังหวัดมุกดาหาร”ยื่นฟ้อง”ลุงพล”เพิ่มฐานเจตนาฆ่า”น้องชมพู่” ด้าน”รองโฆษก อสส.”เผยครบกำหนดฝากขังลุงพล คดีการเสียชีวิตน้องชมพู่วันสุดท้ายแม้อัยการฟ้องไม่ทันเหตุสั่ง ตร.สอบเพิ่ม ยันไม่เสียหายทางคดีเนื่องจากตัวอยู่ในอำนาจศาลคดีอื่น 3 คดี ขณะที่”อธ.อัยการ ภ.4″ ลงคุมคดีรัดกุม

จากกรณีศาลอนุมัติหมายจับ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา วัย 3 ขวบ ซึ่งหายตัวไปจากบ้านพักในหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ก่อนถูกพบเสียชีวิตอยู่บริเวณเขาภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก ใน 3 ข้อหา คือ 1.พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร 2. ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย 3. กระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อัยการจังหวัดมุกดาหาร ได้ยื่นฟ้อง นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา วัย 3 ขวบ เพิ่มเติมในข้อหา เจตนาฆ่า และจะมีการเรียกนายไชย์พลเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาที่สำนักงานอัยการมุกดาหาร

วันเดียวกัน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงความคืบหน้า ภายหลังพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารได้รับสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือ น้องชมพู่ อายุ 3 ปี ที่มีการกล่าวหา นายไชย์พล หรือพล วิภา จำเลยข้อหา พรากเด็กอายุไม่เกินสิบ 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากจากเหตุอันสมควรและทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกิน 9 ปี เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย ว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญซึ่งสภาพคดีมีความยุ่งยากซับซ้อน และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องและประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจติดตามความคืบหน้าคดีมาโดยตลอด

ดังนั้น นายเชาวลิต วงศานรเศรษฐ์ อธิบดีอัยการภาค 4 จึงได้เข้ามาควบคุมดูแลการดำเนินคดีเอง พร้อมกับมอบหมายให้ นางปัญจพัฒน์ วรรณไพบูลย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ และนายภิรัตน์ ควรสนธิ อัยการอาวุโส จากสำนักงานคดีอาญาภาค 4 เข้าไปควบคุมการดำเนินคดีโดยใกล้ชิด สำหรับการพิจารณาสำนวนคดีนี้ขณะนี้คณะทำงานคดี ได้มีคำสั่งสอบเพิ่มในประเด็นสำคัญ แต่ยังไม่ได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวน ในวันนี้ (26 ส.ค. 2564) ซึ่งเป็นวันครบขังที่ 7 และเป็นวันครบขังครั้งสุดท้าย พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบดำเนินคดีไม่สามารถมีคำสั่งทางคดีได้ เพราะต้องรอผลสอบสวนเพิ่มเติมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขอให้การยืนยันว่า แม้พนักงานอัยการซึ่งเป็นคณะทำงานยังมีคำสั่งคดีไม่ได้ในวันนี้ แต่ขอยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีความเสียหายใดๆ เพราะขณะนี้ตัวนายไชย์พลผู้ต้องหาในคดีนี้ อยู่ในความควบคุมของศาลจังหวัดมุกดาหารแล้ว เพราะก่อนหน้านี้อัยการฟ้องไปแล้ว 3 คดี ดังนั้นหากพนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีนี้ ก็สามารถยื่นฟ้องนายไชย์พล ต่อศาลได้เลยโดยไม่ต้องส่งตัวนายไชย์พลไปพร้อมคำฟ้อง เพราะศาลสามารถเบิกตัวมาจาก 3 คดีที่ฟ้องไปแล้วได้ทันที

โดยคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องและยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดมุกดาหารไปแล้ว 3 คดี คือ คดีที่ 1 ข้อหาทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติและมีไม้ท่อนหวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องนายไชย์พลผู้ต้องหา ไปเมื่อวันที่ 21 พ.ค.64 ชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 19 ต.ค.2564 เวลา 09.00 น.

คดีที่ 2 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจและข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของผู้อื่นพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อ วันที่ 23 ส.ค. 2564 ชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดพร้อมในวันที่ 17 ก.ย. 2564 เวลา 09.00 น.

และคดีที่ 3 ข้อหาก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่าหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือกระทำด้วนประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติและร่วมกันทำไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติทำไม้หวงห้ามในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พนักงานอัยการยื่นฟ้องนายไชย์พลไปเมื่อวันที่ 23 ส.ค.64 ชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดพร้อมในวันที่ 17 ก.ย.64 เวลา 09.00 น

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐