ทิศทางดี!ติดเชื้อใหม่ลดต่อเนื่องแต่ยังพบคลัสเตอร์ใหม่วงน้ำชา-วงน้ำกระท่อม-ชุมชน-ตลาดต่อเนื่อง

รวมถึงการติดเชื้อในกลุ่มบุคลากรการแพทย์สาธารณสุขวอนประชาชนแจ้งประวัติครบถ้วนเพื่อป้องกันความเสี่ยงแก่บุคลากร ทั้งนี้ภาพรวมทั้งประเทศพบอัตราการติดเชื้อ และเสียชีวิตลดลงต่อเนื่อง สอดคล้องกับสถานการณ์ผู้ป่วยอาการหนักปอดอักเสบ และต้องใส่ท่อช่วยหายใจที่ลดลง ส่วนใน 4จว.ชายแดนใต้ยังมีอัตราที่สูงอยู่ 1,896  ราย ตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม 608 ทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ที่พบเสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยผู้สูงอายุยังเป็นกลุ่มที่พบเสียชีวิตสูงสุด การติดเชื้อใหม่ใน 67 จังหวัด พบป่วย 5,100 ราย ส่วนในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล พบป่วยอีก 1,467 ราย โดยกทม.ยังพบติดเชื้อรายวันสูงสุด 903 ราย ตายสูงสุด อยู่ในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช 9 ราย ขณะที่วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,675 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในปท.8,664 ราย มาจากต่างประเทศ 11 ราย ส่วนยอดติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 201 ราย รักษาหาย 9,589 ราย ยังรักษาอยู่ 100,042 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 2,437 ราย และมีอาการโคม่าต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจำนวน 536 ราย

วันที่ 25 ต.ค.2564  ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 8,675 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,664 ราย (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพ 7,931 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 532 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 201 ราย) และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 11 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63  รวม 1,859,157 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 3,525 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมีถึง 12,200 ราย

วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 44 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 18,799 ราย หายป่วยอีก 9,589 ราย รวมยอดรักษาหาย 1,740,316 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 100,042 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.42,253 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 57,789 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 2,437 ราย มีผู้ป่วยหนักนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 536 ราย

ผู้เสียชีวิต จำนวน 44 ราย เป็นเพศชาย 19 ราย เพศหญิง 25 ราย อายุ 25-88 ปี อยู่ในพื้นที่ นครศรีธรรมราชมากที่สุด  6 ราย แต่ในภาคใต้เสียชีวิตรวมสูงสุดถึง 14 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคอ้วน ติดเตียง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น  โดยในจำนวนนี้ เป็นการติดเชื้อในพื้นที่ 56 ราย อาศัยในพื้นที่เสี่ยง 19 ราย และเป็นการติดจากคนในครอบครัว 4 ราย และคนอื่นๆ เพื่อน เพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก 18 ราย

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐