มูลนิธิคีนันแห่งเอเซียก้าวผ่าน25ปีเสริมพลังประชากรกลุ่มเปราะบางสู่อนาคตที่ดีขึ้น

เมื่อทักษะและความรู้คือขุมพลังของโลกในศตรวรรษที่ 21 มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เผยความสำเร็จวาระครบรอบ 25 ปี ระดมเงินสนับสนุนมากกว่า 3 พันล้านบาท เสริมทักษะและความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 3 ล้านคน ย้ำเดินหน้าจับมือพันธมิตรสู่จุดหมายการพัฒนาเพื่อปรับเปลี่ยนการศึกษา พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างสังคมที่เสมอภาค

นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการ และรองประธานกรรมการ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย เผยว่า มูลนิธิคีนันฯ เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในระดับภูมิภาคที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทยมานานถึง 25 ปี ซึ่งมุ่งสร้างองค์ความรู้และทักษะความชำนาญให้กับประชากรกลุ่มเปราะบางผ่านโครงการกว่า 1,000 โครงการ ในประเทศไทย เวียดนาม และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้มูลนิธิคีนันฯ ดำเนินงานโครงการเพื่อมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงการศึกษามาเป็นเวลานาน เช่น โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต และโครงการ Boeing TEL นอกจากการศึกษาแล้วมูลนิธิคีนันฯ ได้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสร้างสังคมที่เสมอภาคผ่านโครงการมากมาย เช่น โครงการ Born Global และ OSMEP Women Entrepreneurs โดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ไปสู่สากล โครงการไฟเซอร์ รู้-เฒ่า(เท่า)-ทัน-สุข เพื่อส่งเสริมสุขภาพกายและใจของผู้สูงอายุ โครงการ WeEmpowerAsia จากการสนับสนุนขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women) เพื่อการสนับสนุนสตรีในภาคธุรกิจ และโครงการชุมชนฮาราปันเพื่อสานสัมพันธ์ผู้คนในสามจังหวัดชายแดนใต้

“มูลนิธิคีนันฯ รู้สึกขอบคุณผู้สนับสนุนและพันธมิตรทุกหน่วยงาน ในความร่วมมืออันดีที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ โดยมูลนิธิคีนันฯ จะยึดมั่นในพันธกิจที่จะสร้างพลังให้แก่ประชากร ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน ดังนั้นการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทุกคนจึงถือเป็นแรงบันดาลใจและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสังคมที่ดีขึ้น”

นายริชาร์ด เบิร์นฮาร์ด กรรมการอำนวยการ มูลนิธิคีนันแห่งเอเชีย กล่าวว่า ตลอด 25 ปี มูลนิธิคีนันฯ ได้รับเงินทุนสนับสนุนในการทำโครงการต่างๆ รวมเกือบ 3.35 พันล้านบาท จากภาครัฐ ภาคพหุภาคี และภาคเอกชน อาทิ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา, กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา, กองทุนญี่ปุ่น-อาเซียน, สหภาพยุโรป, กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF), องค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ (UN Women), เชฟรอน, ไอบีเอ็ม, Facebook, อินโดรามา เวนเจอร์ส, โบอิ้ง, แคทเธอร์พิลลาร์, มูลนิธิซิตี้, ซูมิโตโม คอร์ปอเรชั่น, และมูลนิธิไฟเซอร์ เป็นต้น

มูลนิธิคีนันฯ ได้ร่วมผ่านเหตุการณ์สำคัญและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งวิกฤตต้มยำกุ้ง ภัยพิบัติ สึนามิ ความไม่สงบในชายแดนใต้ การระบาดของไข้หวัดนก แผนควบคุมมาลาเรีย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมยุค 4.0 และในปัจจุบัน การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้คนทั่วโลก รวมถึงกลุ่มผู้รับประโยชน์บางส่วนของมูลนิธิคีนันฯ ในปีที่ผ่านมา เราจึงได้ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานโครงการมาสู่รูปแบบที่ผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งงานสัมมนาและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการออนไลน์เหล่านี้มากกว่า 5.5 แสนคน

นอกจากนี้ มูลนิธิคีนันฯ ยังเป็นผู้ให้บริการฝึกอบรม Boost with Facebook ที่ได้รับการรับรองจาก Facebook เพียงรายเดียวในประเทศไทย เพื่อเสริมทักษะการตลาดดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหลายพันรายทั่วประเทศ

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐