เตือน"ม็อบทะลุแก๊ส"นัดชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดงผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 ก.ย.64 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. โฆษกบช.น. เปิดเผยว่า กรณีที่มีการนัดหมายชุมนุมผ่านช่องทางออนไลน์ พื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 17 ก.ย. จะมีการรวมตัวกันของกลุ่มหลักๆกลุ่มทะลุแก๊ส ยังไม่ทราบเวลา นัดหมายที่สามเหลี่ยมดินแดง ทาง บช.น. ขอเตือนว่า ขอเตือนว่าการกระทำดังกล่าวถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อฯ รวมถึงความผิดหลายข้อหาที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองไว้แล้วพล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า จากการชุมนุมในวันที่ 16 ก.ย.มีการจัดกิจกรรม 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย เวลา 15.00 น. รวมตัวทำกิจกรรมชุมนุมปราศรัยที่สกายวอร์ค แยกปทุมวัน จนกระทั่งประกาศยุติกิจกรรมเวลา 18.50 น. โดยไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด 2.กลุ่มทะลุแก๊ส ที่บริเวณแยกดินแดง เวลา 19.00 น. เริ่มมีการขว้างปาสิ่งของ ยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ประทัดยักษ์ พลุไฟ ระเบิดต่างๆ บริเวณหน้ากรมดุริยางค์ทหาร จนกระทั่ง 21.30 น.ฝั่งถนนมิตรไมตรี มีการรวมตัวก่อความวุ่นวายอีกครั้ง โดยมีการยิงพลุใส่เจ้าหน้าที่ และปาระเบิดขวดบนถนนวิภาวดีขาออก ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนในละแวก และอาจเกิดอันตรายต่อผู้ที่สัญจรผ่านไปมาเป็นอย่างมาก ซึ่งในระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประกาศเตือนให้กลุ่มฯ ยุติการกระทำและออกจากพื้นที่ดังกล่าว แต่กลุ่มฯ ไม่ยอมเชื่อฟังและยังคงก่อความวุ่นวายเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย ต่อมาเวลา 22.00 น. ถึง 00.10 น. เจ้าหน้าที่จึงเข้าบังคับใช้กฎหมายและผลักดันกลุ่มผู้ชุมนุมให้ออกจากพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองต่อไป โดยทาง บช.น. จะดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ความรุนแรง และก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมืองมาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ซึ่งหากเยาวชนได้กระทำความผิด ผู้ปกครองอาจจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ด้วยเช่นกันขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนและบุคคลากรทางการแพทย์แสดงบัตรรับรองในการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแฝงตัวของกลุ่มที่ไม่หวังดี“นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.64 เวลา 20.20 น. ได้มีชายต้องสงสัยเข้าไปในบริเวณแยกข้างสวนป่า ถนนมิตรไมตรี1 ระหว่างที่ชาวแฟลตดินแดงกำลังรวมตัวกันเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกลุ่มทะลุแก็ส ประชาชนจึงช่วยกันตรวจสอบ พบว่ามีวัตถุระเบิดแสวงเครื่องไว้ในครอบครอง จำนวน 5 ลูก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทำการจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าวไว้จำนวน 1 ราย ดำเนินคดีในข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตามได้จับความผิด ตามหมายจับ 3 ราย โดยได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับเป็นผู้ที่เผารถยกตำรวจเมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 จับกุมตัวได้ที่บริเวณซอยมอเตอร์เวย์ 14 แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯและ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งนี้ สรุปการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือนก.ค. 2564 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 211 คดี มีผู้ต้องหาทั้งหมด 774 คน ติดตามจับกุมตัวได้แล้ว 529 คน” รองผบช.น. กล่าว ส่วนกรณีชาวบ้านแฟลตดินแดงที่ร้องทุกข์การทำงานตำรวจสกัดกั้น การปฏิบัติการ พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า บช.น. เห็นใจพี่น้องประชาชนชาวดินแดงมีการพูดคุยกันต่อเนื่อง ตำรวจจะทำให้ความเดือดร้อนหายไปให้ได้ ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ อย่างกรณีที่ตรวจสอบผู้ต้องสงสัย ผลักดันผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ ส่วนคดีที่ดูเหมือนล่าช้าตำรวจจะรับไว้และทำให้รวดเร็วมากขึ้น จะหนักแค่ไหนต้องช่วยกันหากพนักงานสอบสวนไม่เพียงพอ ผบช.น.สั่งการให้พนักงานสอบสวนสน.อื่นเข้าช่วยเหลือ บางคดีอาจจะค้างคาหรือบางคดีจะรวดเร็ว ทางพนักงานสอบสวนพยายามเร่งดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะทำร่างกาย วางตะปูเรือใบทำให้เสียทรัพย์ ก็จะนัดเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่อยากเห็นการเผชิญหน้าที้ 2 กลุ่ม ถ้ามีหลักฐานขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบ ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งทำร้ายกัน ให้ผู้บังคับใช้กฎหมาย ส่วนคดียิงเด็ก 14-15 ปี พบพยานหลักฐานเพิ่มเติมอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า มีพยานหลักฐานในระดับหนึ่งหาความเชื่อมโยงของกลาง รายงานจากแพทย์ การทำสำนวนการสอบสวนเหมือนต่อจิ๊กซอว์ ได้ครบทำได้เร็ว ขาดไปต้องหา พยายามทำอยู่ให้เกิดความรวดเร็ว ส่วนมีการให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการเหตุความรุนแรงการชุมนุมทางการเมือง สภาผู้แทนราษฎร์พบว่ามีกล้องวงจรปิดผู้ก่อเหตุยิงเด็กอายุ 14 ปี และ 15 ปี นั้น หากมีพยานหลักฐานก็มอบให้ตำรวจตำรวจพร้อมนับนำพยานหลักฐานเข้ามาเพื่อทำการตรวจสอบส่วนกรณีการเข้าจับกุมแกนนำเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาจำนวน 5 คนนั้น พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า การโอเปอร์เรชั่นหรือลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวเป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงไม่ว่าจะเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจำนวน 20 เป้าหมาย ช่วงระหว่างวันที่ 15-17 ก.ย.จับกุมแล้วประมาณ 5-6 ราย อย่างไรก็ตาม การออกมาชุมนุมทางการเมืองนั้น จะมีการบังคับใช้กฎหมาย 2 มิติคือเพื่อระงับยับยั้ง และออกหมายเรียกออกหมายจับข้อเท็จจริง คัดแยกตรวจสอบกลุ่มก่อเหตุและไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ซึ่งผู้ก่อเหตุต้องมอบตัวสู้คดีตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นถูกออกหมายเรียกหมายจับ 20 เป้าหมายส่วนกรณีคนไทยที่ใช้นามว่า มิเชล มาลีบลู ส่งข้อความมาทางสื่ออ้างว่าถูกกักบริเวรอยู่ในโรงแรม โดยทหารเขมร อยากให้ทางการไทยเข้าช่วยเหลือนั้น พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวได้มีการสอบถามทางผู้ช่วยทูตตำรวจไทยประจำประเทศกัมพูชาแล้ว จากการตรวจสอบทราบว่า ยังไม่ได้รับรายงานสถานทูตไทยประจำกัมพูชาแต่อย่างใด ยังเป็นข้อมูลที่ปรากฎสื่อเท่านั้น สื่อมวลชนหรือผู้ใดมีข้อมูลมากกว่านี้สามารถให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ทั้งนี้๘หากกรณีเกิดขึ้นจริงมีช่องทางในส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถประสานงานได้ เนื่องจากมีผู้ช่วยทูตตำรวจประจำหลายประเทศ ดูแลงานเกี่ยวกับงานอาชญากรรมข้ามชาติอยู่แล้ว

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐