ป.ป.ส.ร่วมกับหน่วยงานยาเสพติดสปป.ลาวติวเข้มเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดมุ่งเพิ่มศักยภาพทำลายเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ

วันที่ 31 สิงหาคม 2564 ที่ ป.ป.ส.นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เป็นประธานฝ่ายไทย เปิดโครงการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สปป.ลาว ผ่านระบบประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VDO Conference) โดยมี พ.อ.อินปง จันทะวงสา เลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด เป็นประธานฝ่าย สปป.ลาว ณ ศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย จังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์ประสานงานแม่น้ำโขงปลอดภัย นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยมีเจ้าหน้าที่ด้านปราบปรามยาเสพติด ของ สปป.ลาว และเจ้าหน้าที่ ปปส.ไทย ร่วมฝึกอบรม

นายวิชัย กล่าวว่า “สถานการณ์ยาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำมีความสำคัญ และส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ประเทศในภูมิภาค แต่ยังเป็นบริเวณอื่นของโลก โดยประเทศไทย และ สปป.ลาว ล้วนได้รับผลกระทบจากการลักลอบส่งยาเสพติดเข้าประเทศ รวมถึงการใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดไปยังต่างประเทศ” ซึ่งนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยนอกจากการร่วมมือกวาดล้างองค์กรยาเสพติดข้ามชาติ และการแสวงหาความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ซึ่งในการประชุมหารือถึงสถานการณ์และแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกัน ระหว่าง ประเทศกลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศ คือ ไทย จีน เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนามและสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ(UNODC) เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ทุกฝ่ายต่างเห็นพ้องกันว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาร่วมกันของทุกประเทศที่จะต้องร่วมกันแก้ไข และจะต้องมีความร่วมมือใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูลการข่าว การพัฒนากฎหมาย เพื่อให้เท่าทันสถานการณ์ เป็นสิ่งที่แต่ละประเทศต้องแลกเปลี่ยนและร่วมมือกัน โดยเฉพาะเมื่อ เทคโนโลยี และองค์กรยาเสพติดข้ามชาติมีการปรับเปลี่ยนวิธีการในการลักลอบกระทำผิดอยู่ตลอดเวลา”

นายวิชัย กล่าวอีกว่า “การฝึกอบรมครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมืออย่างดียิ่งระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. ของประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว โดยเป็นการนำความรู้ด้านการสืบสวนปราบปรามและการขยายผลที่สำนักงาน ป.ป.ส. ของไทยมีประสบการณ์กว่าสี่สิบปี มาถ่ายทอดให้กับเจ้าหน้าที่ด้านการปราบปรามยาเสพติด นอกจากนี้ ยังเป็นนิมิตหมายอันดีในการสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติระหว่างสองประเทศ โดยเชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างให้กับประเทศอื่น ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เพื่อให้เกิดการร่วมมือที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น”

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow