ลุงป้อมสั่งทุกหน่วยงานติดตามให้ความช่วยเหลือประชาชนทุกพื้นที่

วันที่ 25 กันยายน 2564 พล.ร.อ.พิเชฐ ตานะเศรษฐ ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่รายภาคภาคตะวันออก เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม ได้มอบคณะทำงาน ติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินการของจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมถึงพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ ในการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุต่อสถานการณ์อิทธิพลของพายุฤดูฝนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและได้รับการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด รวมถึงติดตามความคืบหน้าการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุของทุกจังหวัด เพื่อเตรียมการล่วงหน้าในการป้องกันภัยน้ำท่วมที่อาจจะเกิดในห้วงฤดูฝน ติดตามความคืบหน้าการคัดสรรกรรมการลุ่มน้ำของลุ่มน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนโดย พลเรือเอก พิเชฐ ได้ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่4/64 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.64 พิจารณาการบริหารทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก และการแก้ไขปัญหา สถานการณ์น้ำหลากที่เกิดขึ้นจากพายุฤดูฝนทั่วประเทศ โดยมี นายสำเริง แสงภู่วงค์ รอง เลขาฯ สทนช./รองประธานฯ และคณะอนุกรรมการ ร่วมประชุม ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กทม. โดยที่ประชุมได้ติดตาม เร่งรัดกำกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นสำคัญ ได้แก่การ ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาวิจัยของสำนักงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายของพื้นที่ EEC ด้านองค์กร และติดตามผลการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งองค์กรพิเศษเพื่อบริหารจัดการน้ำในเขต EEC ติดตามผลการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุในการรับมือพายุฤดูฝนที่เกิดขึ้นในห้วงที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคตะวันออก และพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศ และการเตรียมความพร้อมของบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ และการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุเพื่อป้องกันภัยน้ำท่วมตลอดฤดูฝน ของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศพลเรือเอกพิเชฐ กล่าวสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 25 ก.ย. 64ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่งแม่น้ำสายหลักทั่วประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปริมาณน้ำทั้งประเทศ 49,573 ล้าน ลบ.ม. (60%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 43,578 ล้าน ลบ.ม. (61%) เฝ้าระวังน้ำน้อยในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก จำนวน 7 แห่ง (อ่างฯ แม่มอก ลำตะคอง ลำพระเพลิง มูลบน หนองปลาไหล แก่งกระจาน และนฤบดินทรจินดา)+ ระดับน้ำในแม่น้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น และเสี่ยงล้นตลิ่ง ได้แก่ แม่น้ำน่าน อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร แม่น้ำยม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก จ.สุโขทัย แม่น้ำเจ้าพระยา จ.สิงห์บุรี จ.ชัยนาท จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ปทุมธานี ลำน้ำพอง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น แม่น้ำชี จ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น แม่น้ำป่าสัก จ.เพชรบูรณ์ แม่น้ำพระปรง อ.เมือง จ.สระแก้วกอนช. ติดตาม พายุดีเปรสชัน“เตี้ยนหมู่” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่บริเวณ จ.ขอนแก่น ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำท่าจากเเม่น้ำวัง เเม่น้ำปิง เเม่น้ำยม และเเม่น้ำน่าน ไหลลงสู่เเม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นกรมชลประทาน จึงปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จากอัตรา 1,951 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่นอกคั้นกันน้ำ บริเวณคลองบางบาล ชุมชนแม่น้ำน้อย ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา คลองโผงเผง จ.อ่างทอง วัดไชโย จ.อ่างทอง และ อ.พรหมบุรี อ.เมือง อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ระดับน้ำจะสูงขึ้นจากปัจจุบันในช่วงเช้าของวันที่ 26 ก.ย. 64กอนช.ขอให้หน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดพร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ล่าสุดจากอิทธิพลร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 16 – 24 ก.ย. 64 เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 26 จ. (เชียงราย เชียงใหม่ ลําพูน ลําปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กําแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ราชบุรีนครศรีธรรมราช ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 14 จ. ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 12 จังหวัด

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow

为您推荐