หักขาเพื่อไทย!?

ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของ เพื่อไทย ไม่สู้ดีนัก เมื่อมีความพยายามจาก ฝั่งตรงข้าม เตรียมขยับใช้ ข้อกฎหมาย เป็นอาวุธฟาดฟันซ้ำ เมื่อเกิดจังหวะ ลูกเข้าทาง ! เพราะอยู่ดีๆ ทั้ง ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือ แอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ผู้ต้องหาคดี112 และ ปกรณ์ พรชีวางกูร หรือ บุ๊ง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ออกมาระบุสื่อสารผ่านสาธารณะในลักษณะที่ต้องเรียกว่า ชี้เป้า ไปยัง พรรคเพื่อไทย ว่าเป็นพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลังในการสนับสนุน ให้เงินทุนแก่ ม็อบราษฎร ที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของ บิ๊กตู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และที่สำคัญไปกว่านั้น ยังต้องไม่ลืมว่าม็อบราษฎร นั้นแสดงออกอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่าต้องการให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อข้อมูลออกมาจากการบอกเล่าของผู้ที่เข้าไปเคลื่อนไหว โดยตรงกับม็อบราษฎรทั้งแอมมี่ และบุ๊ง ว่า พรรคเพื่อไทยคือพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง ยาวนานนับขวบปี โดยเฉพาะแอมมี่ เองได้โพสต์ข้อความเปรียบเทียบกับพรรคก้าวไกล ที่ส่งส.ส.ไปใช้ตำแหน่งประกันตัวให้กับแกนนำ ว่า ถึงแม้พรรคเพื่อไทยจะถูกมองว่า สู้ไปกราบไป แต่ก็ยังจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ชุมนุม สำหรับผมการเรียกร้องครั้งนี้มันมีค่า มากกว่า ผลประโยชน์นานาประการ โควต้า สส ที่ใช้ในการประกันตัว ต้องยกให้ก้าวไกล แต่ก้าวไกล ก็ขี้เหนียว กลับกันเป็นเพื่อไทยที่สู้ไปกราบไป ที่คอยสนับสนุนเงินทุนบ้าง บทความนี้อาจดูดิบไปหน่อย ไม่มีแหล่งอ้างอิง และ เชื่อถือไม่ได้ ให้คิดว่าเป็น นิทานเรื่องหนึ่งแต่ผมแค่จะบอกว่า คนจริงอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่เกี่ยวกับนโยบายของสังกัด เพราะ การใช้โควต้าประกันตัวเด็ก มันคือเรื่องของความเป็น มนุษย์ และ ถึงไม่มีเงินทุนสนับสนุน หรือ โควต้า ส.ส.ที่ใช้ประกันตัว ผมไม่สนใจ พวกผมสู้ด้วยใจและอยากเห็นอนาคตที่ดีกว่า เพื่อมวลชน มันบริสุทธิ์มากกว่าทุกสิ่ง และนี่ได้กลายเป็น ช่องโหว่ ให้ สนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือต่อ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)พิจารณายุบพรรคเพื่อไทย ตามมาด้วย เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เตรียมเดินหน้ายื่นเรื่องให้กกต.ยุบพรรคเพื่อไทย เช่นกัน รวมทั้งยังจะยื่นเรื่องให้ป.ป.ง.ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของพรรคและของบุคคลที่น่าสงสัยในพรรคที่เกี่ยวข้องกับการให้เงินทุนสนับสนุนม็อบอีกด้วย ดังนั้นเท่ากับว่าพรรคเพื่อไทย กำลังเดินเข้าสู่ความสุ่มเสี่ยง อันเป็นผลมาจากกากระทำของพรรคเอง หากสิ่งที่ทั้ง แอมมี่และบุ๊ง ระบุนั้นถูกตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความจริง ว่า เข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 45 และมาตรา 92 (1) (2) (3) (4) ซึ่ง กกต.จะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 (5) โดยส่งศาลรัฐธรรมนูญ และตัดสิทธิการเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคต่อไป เมื่อพรรคเพื่อไทยคิดจะเดินหลายขาเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ นั้นย่อมจำเป็นที่จะต้องทบทวน ให้รอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางใดที่สุ่มเสี่ยงจะพาตัวเองไปติดกับ ยิ่งต้องหลีกเลี่ยง อย่าลืมว่า ภารกิจใหญ่ ยังรออยู่เบื้องหน้า ดังนั้นจึงไม่ควรต้องมาตายน้ำตื้น เพราะม็อบเด็ก เช่นนี้ !

เกี่ยวกับผู้เขียน: hogsnow